Design Inspiration

จากจุดเริ่มต้นในวันที่แนะนำให้โลกได้รู้จักนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของญี่ปุ่น Seiko ได้สร้างสรรค์และไม่หยุดพัฒนาอีกหลายรุ่น ผ่านบทพิสูจน์การใช้งานจริงจนได้รับ การยอมรับจากมืออาชีพ เพื่อฉลองครบรอบ 55 ปี ของความสำเร็จ 3 ผลงานสำคัญจากทศวรรษแรกจึงได้ถูกสร้างสรรค์ใหม่อีกครั้ง ในคอลเลคชั่น Prospex ซึ่งปัจจุบันคือเครื่องหมายแห่งความเป็นเลิศที่สามารถตอบสนองความต้องการได้ทุกรุปแบบ

01.

SEIKO Prospex

SPB143J

จากแรงบันดาลใจของต้นตำรับนาฬิกาดำน้ำในปี 1965 ได้มีการนำตัวเรือนมาปรับให้มีความร่วมสมัย และตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น ลบเหลี่ยมมุมให้โค้งมน ปรับขนาดตัวเรือนให้บางลง ทำให้สวมใส่ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมแม้มีข้อมือขนาดเล็กก็ตาม

  • 1. กลิ่นอายจากนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของไซโก
  • 2. โมเดิร์นดีไซน์ รับกับยุคสมัยใหม่
  • 3. ขับเคลื่อนด้วยเครื่องคาลิเบอร์ 6R35 รุ่นใหม่ล่าสุด
  • 4. หลักชั่วโมงและเข็มแบบนาฬิกาดำน้ำคลาสสิก
  • 5. ดำได้ลึก 200 เมตร
01/5

PROSPEX UNBOX

SEIKO ProspexSPB143J

02.

SEIKO Prospex

SPB101J

แข็งแกร่ง ทนทาน สวยงาม คือคำจำกัดความของ Black Sumo ความสำเร็จที่ได้รับการต่อยอดให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีกระดับ บนดีไซน์การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลานประลองซูโม่ จึงเป็นอีกตำนานที่ถูกกล่าวขานจากแฟนๆ อยู่ตลอด

  • 1. เป็นขวัญใจแฟนๆ ไซโกตั้งแต่ปี 2017
  • 2. เปลี่ยนมาใช้กระจกแบบแซฟไฟร์
  • 3. ขับเคลื่อนด้วยเครื่องคาลิเบอร์ 6R35 รุ่นใหม่ล่าสุด
  • 4. ผลิตในประเทศญี่ปุ่น
  • 5. ดำน้ำได้ลึก 200 เมตร
02/5

PROSPEX UNBOX

SEIKO ProspexSPB101J

03.

SEIKO Prospex

SRPE05K

แรงบันดาลใจจากเต่าทะเล
จึงเป็นที่มาของการออกแบบที่ตั้งใจให้ทนทาน
และตอบโจทย์การใช้งานใต้ท้องทะเล หน้าปัดของ Turtle
มีเอกลักษณ์เป็นลวดลายกระดองเต่าที่ไม่เหมือนใคร
สร้างความโดดเด่น เหมาะกับการใช้งานในทุกสภาวะ

  • 1. ตัวเรือนทรงเอกลักษณ์จากยุค 70
  • 2. เปลี่ยนมาใช้กระจกแบบแซฟไฟร์
  • 3. ครั้งแรกของโมเดลนี้ที่ใช้ขอบเซรามิก
  • 4. หน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจจากกระดองเต่า
  • 5. ดำน้ำได้ลึก 200 เมตร
03/5

PROSPEX UNBOX

SEIKO ProspexSRPE05K

04.

SEIKO Prospex

Zimbe Limited edition no.14 SRPF34K

จิมเบ 14 เจ้าของฉายาอสูรกายใต้ท้องทะเล ด้วยแรงบันดาลใจจากความสวยงามของเกาะ และดวงตาดุดันของมังกรยักษ์โคโมโด ให้คุณได้ครอบครอง ได้ในแบบ Limited Edition พร้อมหมายเลขประจำตัวเรือน

  • 1. ครั้งแรกของ Zimbe ที่ใช้ตัวเรือนทรงนี้
  • 2. ครั้งแรกของตัวเรือนทรงนี้ที่ใช้โทนสีทอง
  • 3. ผลิตเพียง 1,500 เรือนเท่านั้น
  • 4. วางจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทย
  • 5. ดำน้ำได้ลึก 200 เมตร
04/5

PROSPEX UNBOX

SEIKO ProspexZimbe Limited edition no.14 SRPF34K

05.

SEIKO Prospex

Zimbe 15 SPB194J

พาคุณเดินไปยังโอกินาว่า จังหวัดทางตอนใต้ และเป็นที่ตั้งของหน้าผารูปงวงช้าง ซึ่งเป็นจุดชมวิว พระอาทิตย์ตกที่สวยงาม จนได้รับให้เป็นมรดกทางธรรมชาติ และเป็นที่มาของแรงบันดาลใจของจิมเบ 15

  • 1.ไซโก ซูโม่ รุ่นแรกที่ใช้สีทองตัดกับสตีล
  • 2.หน้าปัดลวดลายพิเศษสำหรับ Zimbe 15
  • 3.ผลิตในประเทศญี่ปุ่นและวางจำหน่ายในประเทศไทยเท่านั้น
  • 4.ผลิตออกมาจำนวนจำกัดเพียง 1,500 เรือนเท่านั้น
  • 5.จำหน่ายพร้อมกล่องพิเศษและสายซิลิโคนสีดำเข็มขัดสีทอง
05/5

PROSPEX UNBOX

SEIKO ProspexZimbe 15 SPB194J

must have items

01/10

01.

GREEN SUMO
SEIKO PROSPEX
AUTOMATIC DIVER’S 200m
SPB103J

ซูโม่ นอกจากเป็นกีฬาประจำชาติที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่ง must have item นาฬิกายอดฮิตของไซโก อีกด้วย ชื่อ ซูโม่ นั้นได้ถูกขนานนามจากแฟนไซโก ด้วยรูปทรงอ้วนกลม แต่แฝงไว้ด้วยความบึกบึน แข็งแรงแฝงจิตวิญญาณแห่งนักสู้ โดยรุ่นล่าสุดยังได้รับการติดตั้งกระจกแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน พร้อมบรรจุคาลิเบอร์ 6R35 ที่สำรองพลังงานได้นานสูงสุดถึง 70 ชั่วโมง ในโฉมใหม่นี้อีกด้วย

  • 1. กลไกขึ้นลานอัตโนมัติหรือเลือกขึ้นลานผ่านเม็ดมะยม
  • 2. สำรองลานได้ยาวนานขึ้นสูงสุดถึง 70 ชั่วโมง
  • 3. Lumibrite เรืองแสงชัดเจนแม้ที่แสงน้อย
  • 4. กระจกหน้าปัดผลิตจากวัสดุ Sapphire Crystal ป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี
  • 5. มาพร้อมการเคลือบสารตัดแสงสะท้อนบริเวณ ด้านในพื้นผิวกระจก
02/10

02.

“KING SAMURAI”
SEIKO PROSPEX
AUTOMATIC DIVER’S
200m SRPE35K

นาฬิกาที่แฟนๆ ขนานนามว่า “ซามูไร” โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก ด้ามดาบของนักรบผู้ทรงเกียรติยศจากประเทศญี่ปุ่น จนเรียกรุ่นนี้กันติดปากว่า ไซโก ซามูไร และโฉมใหม่ได้รับการอัพเกรด ขอบตัวเรือนเป็นวัสดุเซรามิก และกระจกแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง หน้าปัดยังได้เลือกใช้ลวดลายแบบเซาะร่อง เพื่อสื่อถึงแรงบันดาลใจจากเกราะของซามูไรให้ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเดิม

  • 1. ชัดเจนแม้ที่แสงน้อยด้วย Lumibrite ที่ชุดเข็มและอินเด็กซ์
  • 2. ขอบตัวเรือนผลิตจากวัสดุเซรามิกป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี
  • 3. ตัวเรือนและสายผลิตจาก Stainless Steel แข็งแรงทนทาน
  • 4. กระจกหน้าปัด Sapphire Crystal ที่มีคุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วน
  • 5. มาพร้อมการเคลือบสารตัดแสงสะท้อนด้านในพื้นผิวกระจก
03/10

03.

SEIKO Prospex
SAVE THE OCEAN
SPECIAL EDITION
: STINGRAY DIAL SRPE39K

“KING TURTLE” ตัวเรือนนาฬิกาดำน้ำ ตัวแทนของการอนุรักษ์ท้องทะเล ที่เหล่าแฟนๆ เรียกว่า ทรงจานบินนั้น ได้ประจำการมาแล้วหลายสิบปี ซึ่งรุ่นล่าสุดนั้นได้รับการพัฒนาเปลี่ยนเป็นขอบตัวเรือนแบบเซรามิก และกระจกแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน พร้อมติดตั้งหน้าปัดพิเศษ โดย Save the ocean นั้น ผลิตออกมาแล้วถึงรุ่นที่ 5

  • 1. มาพร้อมลวดลายหน้าปัดพิเศษเฉพาะรุ่น หน้าปัดลายปลากระเบน
  • 2. แรงบันดาลใจจากตัวเรือนนาฬิกาดำน้ำจากปี 1976
  • 3. ได้รับการขนานนามจากแฟน ๆ ว่า “เต่า” ด้วยรูปทรงของตัวเรือน
  • 4. กระจกหน้าปัดและเลนส์ขยายวันที่ผลิตจากวัสดุ Sapphire Crystal ป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี
  • 5. มาพร้อมการเคลือบสารตัดแสงสะท้อนบริเวณ ด้านในพื้นผิวกระจก
04/10

04.

SEIKO PROSPEX
STREET SERIES
SOLAR DIVER’S 200m
SNJ031P

Arnie ชื่อที่ได้มาจากนาฬิการุ่นดั้งเดิมที่ อาโนล เคยใส่ในภาพยนตร์ดังอย่าง คนเหล็ก ถูกนำมาผสมผสานกับสตรีทสไตล์ อย่างแท้จริง ด้วยการนำเค้าโครงของเดิมของ นาฬิกาในแบบคลาสสิก มาปรับลุคให้โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ใช้วัสดุที่ทันสมัย สีเขียวโอลีฟ ผสมผสาน กับหน้าปัดสีดำตัดกับหลักชั่วโมงสีคาราเมล จนสร้างคาแรคเตอร์ใหม่ ให้กับสตรีทรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี ขับเคลื่อนด้วยเครื่องระบบพลังงานแสง ที่แสดงผลเวลาด้วยเข็มนาฬิกา และข้อมูลฟังก์ชั่นผ่านหน้าปัดแบบดิจิตอล

  • 1. กลไก Solar ชาร์จพลังงานจากแสงได้ทุกประเภท
  • 2. หน้าปัดย่อยแสดงผลแบบ Digital ในตำแหน่ง 12 นาฬิกา
  • 3. มาพร้อมฟังชั่นแสดงเวลาประเทศที่สอง,ปฏิทิน,จับเวลาและตั้งปลุก
  • 4. ตัวเรือนสเตนเลสตีลรมดำแข็งแรงทนทานมาพร้อม
    Outer case ผลิตจากพลาสติกแข็งน้ำหนักเบา
  • 5. ประสิทธิภาพการกันน้ำ 200 เมตร
05/10

05.

SEIKO PROSPEX
STREET SERIES
AUTOMATIC DIVER’S 200m
SRPE29K

“ทูน่า” คำเรียกติดปากจากสาวก ไซโก กับนาฬิการูปทรงคล้าย “กระป๋องปลาทูน่า” อีกทั้งขนาดนาฬิกาที่เต็มข้อมือ ได้ถูกนำมา ทำให้มีความทันสมัยมากขึ้นด้วยการปรับลดขนาดให้มีความกะทัดรัด เหมาะแก่การสวมใส่และเพิ่มความทันสมัยในเข้ากับสตรีทแฟชั่น และไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนใครด้วยวัสดุทนทาน สีน้ำตาลอ่อนตัดกับตัวเรือนสีดำ สวมใส่ด้วยสายซิลิโคนพื้นผิวพิเศษ และขับเคลื่อนด้วยเครื่องระบบอัตโนมัติ

  • 1. กลไกขึ้นลานอัตโนมัติหรือเลือกขึ้นลานผ่านเม็ดมะยม
  • 2. หน้าต่างแสดงวันและวันที่ในตำแหน่ง 3 นาฬิกา
  • 3. Lumibrite เรืองแสงชัดเจนแม้ที่แสงน้อย
  • 4. ตัวเรือนสเตนเลสตีลรมดำแข็งแรงทนทาน
  • 5. ประสิทธิภาพการกันน้ำ 200 เมตร
06/10

06.

ALPINIST
SEIKO PROSPEX
AUTOMATIC SPB155J

เป็นหนึ่งในไอเท็มของนักเดินทางไปแล้ว สำหรับนาฬิกา ที่มีจุดกำเนิดครั้งแรกเพื่อนักไต่เขา และผู้รักการผจญภัยโดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังขึ้นแท่นนาฬิการะดับตำนานจากไซโกเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในรุ่นใหม่ล่าสุดก็เลือกหน้าปัดสีเขียวและไล่เกร็ดสี แบบกราเดียนออกไปที่ขอบ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องคาลิเบอร์ 6R35 ที่สำรองพลังงานได้นานสูงสุดถึง 70 ชั่วโมงอีกด้วย

  • 1. กลไกขึ้นลานอัตโนมัติหรือเลือกขึ้นลานผ่านเม็ดมะยม
  • 2. สำรองลานได้ยาวนานขึ้นสูงสุดถึง 70 ชั่วโมง
  • 3. Lumibrite เรืองแสงชัดเจนแม้ที่แสงน้อย
  • 4. กระจกหน้าปัดผลิตจากวัสดุ Sapphire Crystal ป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี
  • 5. มาพร้อมการเคลือบสารตัดแสงสะท้อนบริเวณ ด้านในพื้นผิวกระจก
07/10

07.

SEIKO PROSPEX
1965 Diver’s Modern
Re-interpretation
SPB143J

ตำนานของนาฬิกาดำน้ำปี 1965 กำเนิดใหม่ในปี 2020 เป็นรุ่นหลักที่ใช้ในการโฆษณา มีกลิ่นอายแห่งนาฬิกาดำน้ำของไซโกรุ่นแรก โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์สุดคลาสสิคและยังคงตำแหน่งเม็ดมะยมไว้บริเวณ 3 นาฬิกาเช่นเดิม หน้าปัดสีเทาดำ ชุดเข็มนาฬิกาและหลักชั่วโมงยังคงเหมือนกับรุ่นต้นตำรับ บรรจุเครื่องคาลิเบอร์ 6R35 รุ่นใหม่ล่าสุด

  • 1. สำรองลานได้นานสูงสุดถึง 70 ชั่วโมง
  • 2. ชัดเจนแม้ที่แสงน้อยด้วย Lumibrite ที่ชุดเข็มและอินเด็กซ์
  • 3. ตัวเรือนและสายผลิตจาก Stainless Steel แข็งแรงทนทาน
  • 4. ใช้กระจกหน้าปัด Sapphire Crystal
    ที่มีคุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วน
  • 5. มาพร้อมการเคลือบสารตัดแสงสะท้อนด้านในพื้นผิวกระจก
08/10

08.

SEIKO PROSPEX
AUTOMATIC DIVER’S 200m
SPB151J

นาฬิกาดำน้ำที่มีรูปทรงคลาสสิคตามสไตล์ยุค 70 จุดกำเนิดนาฬิกาดำน้ำทรงยอดฮิตและหลายคนเรียกติดปากว่า “ทรงตะพาบ” ได้รับความนิยมจากนักสะสมเป็นอย่างมากในอดีตจนถึงปัจจุบัน รุ่นใหม่ล่าสุดนี้คงเอาไว้ซึ่งชุดเข็มนาฬิกา หลักชั่วโมง และทรงตัวเรือนที่ไม่เหมือนใคร พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องคาลิเบอร์ 6R35 มาอีกด้วย

  • 1. สำรองลานได้นานสูงสุดถึง 70 ชั่วโมง
  • 2. ชัดเจนแม้ที่แสงน้อยด้วย Lumibrite ที่ชุดเข็มและอินเด็กซ์
  • 3. ตัวเรือนและสายผลิตจาก Stainless Steel แข็งแรงทนทาน
  • 4. ใช้กระจกหน้าปัด Sapphire Crystal ที่มีคุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วน
  • 5. มาพร้อมการเคลือบสารตัดแสงสะท้อนด้านในพื้นผิวกระจก
09/10

09.

SEIKO PROSPEX
AUTOMATIC PROFESSIONAL
DIVER’S 300M
SLA023J

กว่า 50 ปี ที่ตัวเรือนจากปี 1968 ของไซโกได้โลดแล่นอยู่ในวงการนาฬิกาและเป็นที่ต้องการของเหล่านักสะสมและแฟนๆ อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันโดยเอกลักษณ์ที่สำคัญของรุ่นนี้คือ การดำน้ำได้ลึกถึง 300 เมตร และมีตัวเรือนที่ผลิตขึ้นมาเป็นแบบชิ้นเดียว เพื่อให้รองรับต่อแรงดันของน้ำทะเลเมื่อดำลงไปใต้น้ำ นอกจากนั้นยังขับเคลื่อนด้วยเครื่องรุ่นท็อปคาลิเบอร์ 8L35 ที่ทนทานและเที่ยงตรง

  • 1. พิเศษด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลแบบชิ้นเดียว
    ประกอบตัวเครื่องจากด้านหน้า
  • 2. วัสดุสเกลบอกอัตราดำน้ำบนขอบตัวเรือนเปลี่ยนเป็น Zirconia Ceramic
  • 3. ชัดเจนแม้ที่แสงน้อยด้วย Lumibrite ที่ชุดเข็มและอินเด็กซ์
  • 4. ใช้กระจกหน้าปัด Sapphire Crystal ที่มีคุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วน
  • 5. ประสิทธิภาพการกันน้ำ 300 เมตร
10/10

10.

SPRING DRIVE
SEIKO PROSPEX LX LINE
PROFESSIONAL DIVER’S 300m
SNR029J

ผลงานการออกแบบของเคน โอคุยามะ ดีไซน์เนอร์ชื่อดังที่ออกแบบยนตรกรรมระดับโลกการันตีด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซ มากมายนับไม่ถ้วน จึงไม่แปลกที่ Seiko Prospex LX LINE จะออกมาอวดโฉมด้วยรายละเอียดดีเทลที่สวยงามในทุก ๆ มิติทุกเรือนขับเคลื่อนด้วยเครื่องระบบสปริงไดรฟ์เอกสิทธิ์หนึ่งเดียวจากไซโก ที่เดินได้แม่นยำระดับ ±1 วินาทีต่อวันพร้อมทั้งแสดงผลการเดินผ่านเข็มวินาทีแบบเดินเรียบ ไม่มีสะดุดจนได้รับการขนานนามว่า “เข็มสะกดวิญญาณ”

  • 1. กลไก Spring Drive ขึ้นลานอัตโนมัติ
    หรือเลือกขึ้นลานผ่านเม็ดมะยม
  • 2. สำรองลานได้นานสูงสุดถึง 72 ชั่งโมง
  • 3. ตัวเรือนและสายไทเทเนี่ยมความหนาแน่นสูงน้ำหนักเบา
  • 4. กระจกหน้าปัด Sapphire Crystal ป้องกันรอยขีดข่วน
  • 5. ประสิทธิภาพการกันน้ำ 300 เมตร

instagram

PROSPEX NICKNAME STORIES

โดยปกตินาฬิกาไซโกที่มีอยู่นั้นจะถูกเรียกตามชื่อรหัสของแต่ละรุ่น ซึ่งก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ในบรรดารุ่นดังๆ ที่เปรียบเสมือนพระเอกของไซโกนั้น
ต่างได้รับความนิยมจนแฟนคลับของไซโก ได้เริ่มต้นตั้งชื่อเรียกต่างๆ ของนาฬิกา จนได้เป็นชื่อเล่นและเรียกกันติดปากมาจนถึงทุกวันนี้
ไปดูกันว่าแต่ละรุ่นมีฉายาชื่อเล่น และมีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง

SEIKO NICKNAME - SUMO - ซูโม่

Sumo

ด้วยรูปลักษณ์โดยรวมของนาฬิกาที่เป็นทรงกลม และมีความโค้งมนเล็กน้อยผนวกกับความแข็งแกร่ง บึกบึน ทำให้เหล่าแฟนๆ มองภาพนาฬิกาทรงนี้ ว่าเป็นนักสู้ของญี่ปุ่น หรือเรียกติดปากกันว่า “ซูโม่” ขอบตัวเรือนและหลักชั่วโมงที่ 12 นาฬิกาของรุ่นนี้นั้นจะมีความคล้ายคลึงกับเกล้าผมของนักซูโม่ที่เรียกว่า “OICHOU” อีกทั้งรูปลักษณ์ตัวเรือนเมื่อวางขนานกับพื้นยังมีความคล้ายคลึงกับโดโจ “DOHYOU” หรือลานประลองซูโม่อีกด้วย

SEIKO NICKNAME - SAMURAI - ซามูไร

SAMURAI

ความเปล่งประกายสง่างามราวกับดาบซามูไรที่ยึดมั่นในความเชื่อแบบบูชิโด* ของญี่ปุ่น รูปร่างเหลี่ยมมุมของนาฬิกาทรงนี้ โดยรวมคล้ายกับรอยที่ถูกตัดด้วยดาบคาตานะ จนมีเหลี่ยมมุมที่คมชัด และดูล้ำสมัยกว่านาฬิกาดำน้ำทั่วไป นอกจากนั้นยังมีเส้นสายตัวเรือน ที่สมดุลในทุกมิติ หลักชั่วโมงออกแบบให้ดูคมดุจใบมีด ลวดลายของสันขอบตัวเรือนเปรียบได้ กับหนังที่พันหุ้มด้ามดาบคาตานะเอาไว้ ความเชื่อแบบบูชิโด มีหลักการที่สำคัญเลยก็คือ ความจงรักภักดีต่อเจ้านาย และความซื่อสัตย์

SEIKO NICKNAME - SHOGUN - โชกุน

SHOGUN

เปิดตัวต่อสายตาชาวโลกครั้งแรกในปี 2008 ด้วยภาพจำเมื่อเอ่ยถึงชุดเกราะของนักรบ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง จึงถูกนำมาเป็นแรงบันใจในการออกแบบในรูปทรงนี้ ขอบตัวเรือนที่โดดเด่นด้วยรอยหยัก และหลักชั่วโมงที่น่าเกรงขาม พร้อมรูปทรงที่คล้าย เกราะแห่งนักรบ ทำให้แฟนๆ ตั้งชื่อให้ว่า “โชกุน” ซึ่งนาฬิกาเรือนนี้ตั้งใจออกแบบมาให้มี น้ำหนักเบาและสะดวกสบายต่อการสวมใส่ ตามแบบเกราะของนักรบที่ต้องแข็งแกร่งทนทาน แต่ต้องคล่องแคล่วเพื่อในเวลาต่อสู้กับศัตรู

SEIKO NICKNAME - TURTLE - เต่า

TURTLE

เมื่อกล่าวถึง “เต่าทะเล” สำหรับนักดำน้ำทั่วโลกนั้นถือเป็นความหมาย และสัญลักษณ์แห่งความโชคดีอย่างมาก และนี่คือนาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจ มาจากเต่าทะเล ด้วยรูปทรงของตัวเรือนที่คล้ายคลึงกับทรงของกระดองเต่า หนึ่งในรุ่นยอดนิยมของไซโก และเมื่อคุณสวมไซโกเต่าทะเลเรือนนี้เอาไว้บนข้อมือ ก็เปรียบเสมือนความโชคดีที่คุณพกติดตัวไปทุกๆ ที่ ทุกการเดินทาง

SEIKO NICKNAME - TUNA CAN - ทูน่า

TUNA CAN

ดีไซน์ที่ปราศจากคู่แข่ง และมีความเป็นเอกลักษณ์ของไซโกอย่างแท้จริง จนถูกเรียกชื่อสั้นๆว่า “ทูน่า” ซึ่งมาจากกระป๋องทูน่าแคน ด้วยรูปทรงที่มีความคล้ายคลึงกับกระป๋องทูน่า นาฬิการุ่นนี้เป็นที่รักของแฟนๆ และได้รับความนิยมตลอดมาตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1975 ซึ่งนาฬิกาทรงนี้เป็นทรงแรกที่ได้รับชื่อเล่น จากบรรดานาฬิกาไซโกทั้งหมด

SEIKO NICKNAME - MONSTER - มอนสเตอร์

MONSTER

กลิ่นอายของอสูรกายอันยิ่งใหญ่ที่คุณจะลืมไม่ลงแม้แต่นาทีเดียว นาฬิกาที่โด่งดังไปไกลทั่วโลก ซึ่งต้นกำเนิดของชื่อเล่น มอนสเตอร์นั้น เกิดขึ้นจากแฟนๆ และนักสะสมชาวไทย หลายๆคนหลงใหลในรูปทรงของมอนสเตอร์ ซึ่งเกิดจากการผสมผสานกันระหว่างฟังก์ชั่น และการออกแบบด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงาม ด้วยมีลักษณะพิเศษหลายอย่างเช่น รูปทรง เขี้ยว ซึ่งสรรค์สร้างจินตนาการ จนมาถึงปัจจุบันที่ได้ปรับรูปลักษณ์ให้โฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ด้วยร่องเขี้ยวข้างตัวเรือนอันแหลมคม และหลักชั่วโมงที่เปรียบดั่งเขี้ยวของอสูรกาย

NEWS AND EVENTS

Sep
2020

“ฉลามวาฬ” ขวัญใจของนักดำน้ำทั่วโลก กับการเดินทางบทใหม่ในลำดับ 14 แรงบันดาลใจจากสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรม...

Sep
2020

ไซโก พรอสเปกซ์ ฉลองครบรอบ 55 ปี เปิดตัวแบรนด์เอมบาสเดอร์คนใหม่ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ พร้อมแคมเปญ “Ke...

Mar
2020

ฉลองครบรอบ 55 ปีนาฬิกาดำน้ำ Seiko สามตำนานถือกำเนิดใหม่อีกครั้งใน Prospex...

STORE LOCATION

ไซโก บูติก

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ห้องเลขที่ 111 ชั้น 1 เลขที่ 9/9 ถนนพระราม9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320

ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์

587,589,589/7-9 ชั้น 2 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร 10230

ศูนย์การค้าเมญ่า เชียงใหม่

ศูนย์การค้าเมญ่าไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ชั้น G 55,55/5 หมู่5 ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 50300

เทอร์มินอล 21 พัทยา

เทอร์มินอล 21 พัทยา ชั้น G 777 ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150

เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ห้องเลขที่ K216/1 ชั้น 2 เลขที่ 199 หมู่ที่ 4 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 83000